บทที่ 1 บทนำ

“คุณ**ปรียาจะหย่ากับคุณณัยค่ะ แล้วคุณปรียาจะไป...จากที่นี่”

           เจ้าของคำพูดซ่อนตัวอยู่ในเงามืด มองเห็นเป็นเพียงแค่เงารางเลือน เพราะหมอกควันหนาทึบปกปิดจนมองไม่เห็นสิ่งใดอีก เสียงพูดของเธอก้องสะท้อนและยังผลให้คนฟังเจ็บลึกเข้าไปในหัวใจ

           ณ ที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีแสงสว่างเพียงแค่จุดเดียวตรงที่ร่างสูงของชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ โดยที่บริเวณรอบๆ นั้นมีแต่ความมืดมน มือหนาของผู้ฟังกำกันแน่นเกร็งจนเห็นเส้นเอ็นปูดโปน ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความเครียด คิ้วเรียวได้รูปค่อนข้างยาวขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากบางเฉียบหยักสวยยิ่งเม้มแน่น เมื่อหญิงสาวผู้อยู่ในเงามืดเอ่ยประโยคต่อมา

           “ถ้าทุกอย่างนี้มันจะทำให้คุณณัยมีความสุขและเลิกเกลียดคุณปรียาได้ คุณปรียาก็เต็มใจจะทำ คุณปรียาจะไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่...อิสรภาพให้คุณปรียาก็พอ”

           ดวงตาเรียวยาวสีน้ำตาลอ่อนเช่นเดียวกับสีผมของผู้ฟังฉายแววเจ็บปวดกับคำพูดที่ได้ยิน ดวงหน้าคมสันที่ก้มอยู่เงยขึ้นมองพร้อมขยับเข้าไปหา สองมือยื่นไขว่คว้า และคำถามก็หลุดออกจากริมฝีปากไปว่า

           “ทำไม”

           “เผื่อคุณณัยจะได้มองคุณปรียาดีขึ้นมาหน่อยไงคะ” เมื่อได้รับคำตอบกลับมาจากหญิงสาวในเงามัวและสายหมอก เขาก็นิ่งงันไปในทันทีด้วยพูดไม่ออก รู้สึกเพียงอย่างเดียวแต่ว่าที่หัวใจมันจุกจนเจ็บ

           “ลาก่อนค่ะ จากกันตรงนี้จะดีที่สุด ให้...เรื่องทุกอย่างมันจบลงแค่นี้ พรุ่งนี้ที่ตื่นลืมตา เรื่องระหว่างเราที่ผ่านมา คุณปรียาจะจำไว้แค่ว่า มันเป็นแค่ความฝัน...ฝันดีที่สุด เท่าที่คุณปรียาเคยฝันมา”

           เสียงร่ำลาเจือสะอื้น สายหมอกบางเบาที่ไม่รู้มาจากไหน เริ่มหนาขึ้นและกลบทุกสิ่งให้หายไป

           “คุณปรียารักคุณณัย และไม่เคยคิดจะเกลียดคุณณัยเลย คุณณัยเป็นคนสำคัญคนสุดท้ายของคุณปรียาที่คุณปรียาไม่อยากเสียไป แต่ว่า...คุณปรียาก็ยังรักษาไว้ไม่ได้”

           “เดี๋ยว! คุณปรียา...อย่าไป”

           เสียงห้าวนุ่มหูที่กล่าวฉุดรั้งอ่อนระโหย ดวงตาสีอ่อนฉายแววหวั่นเกรง ทว่าคำตอบที่ได้กลับมาก็คือ

           “คุณปรียาต้องไปค่ะ...ต้องไป ถึงเวลา...ต้องไป”

           “คุณปรียา!” มือหนาไขว่คว้าเงาร่างที่มองเห็นไม่ชัดนั้นไว้ทันควัน แต่ว่าสายหมอกสีขาวหนาตามากขึ้น บดบังทุกสิ่งสิ้น ดังนั้นสรรพสิ่งที่เขาคว้าจับไว้ได้จึงมีเพียงอากาศอันเย็นเยียบ “คุณปรียา!!”

           เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ล่ำสันตะโกนก้องซ้ำไปซ้ำมา เขาหันซ้ายหันขวามองหา...ทว่าสิ่งที่พบ คงมีเพียงสายหมอกสีขาวที่ลอยตัวอ้อยอิ่ง บดบังทุกสิ่งในคลองจักษุ

           “คุณปรียา...คุณณัยขอโทษ กลับมาเถอะที่รัก ได้โปรด...กลับมา”

           ชายหนุ่มร่ำร้องวอนขอ ก้าวเดินสะเปะสะปะไปในหนทางอันถูกปกคลุมด้วยสายหมอกอย่างไร้ทิศทาง ดวงตาของเขาแดงก่ำ สองมือยังคงไขว่คว้าควานหาอย่างกับคนบ้า แม้นว่าจะมีเพียงอากาศเท่านั้นที่สัมผัสได้

           “คุณณัยรักคุณปรียา ได้โปรดที่รัก...คุณณัยขอโทษ ขอโอกาส...ขอโอกาสให้คุณณัยอีกสักครั้ง”

           เขายังคงพร่ำเพรียกเรียกหาเธอ เธอที่รักยิ่งดวงใจ ก่อนที่ชายหนุ่มจะรู้สึกว่าเหนื่อยเหลือเกิน จนต้องทรุดลงคุกเข่ากับพื้น ดวงตาคู่คมยังกวาดมองไปรอบๆ ตัวอย่างจะหวังให้เจ้าของชื่อปรากฏตัว

           “คุณณัย...ลูกของเราไงคะ ลูกของเรา”

           เสียงหวานในประโยคนี้ดังขึ้นตรงโน้น ตรงนั้น จับจุดหมายไม่ได้ ผสมปนไปกับเสียงเด็กหัวเราะเอิ้กอ้าก บางครั้งเขาเหมือนจะได้ยินอยู่ที่ข้างหู แต่แล้วก็กลับไม่ใช่เมื่อมันดังห่างออกไป ทว่าพอตั้งใจฟังเสียงเด็กก็เปลี่ยนไปเป็นเสียงหัวเราะของผู้หญิง และแล้วพอลมพัดมาเสียงเหล่านั้นก็วูบหายไปพร้อมกับสายหมอกเหมือนจะจางลง สักพักเสียงต่อมาที่เขาได้ยินก็กลายเป็นเสียงร่ำไห้

           “โธ่! คุณปรียา เคราะห์กรรมอะไรหนักหนา!”

           ม่านหมอกตรงหน้าคล้ายถูกแหวกออก และเจ้าของเสียงที่อยู่ตรงหน้าเขาก็คือหญิงสูงวัยผมสีเทา สวมเสื้อคอบัวผ่าหน้าติดกระดุมกับผ้าถุงสีดำ ใบหน้าระทมทุกข์กุมกรอบรูปไว้แนบอกและยังคงพร่ำรำพัน

           “ทูนหัวของน้อม คนดีทำไมอายุสั้นอย่างนี้!”

           ชายหนุ่มที่ขยับเข้าไปหายื่นมือจะปลอบพลันชะงัก เมื่อหญิงสูงวัยเงยขึ้นมองเขาด้วยแววตาเกรี้ยวกราดและเอ่ยประณามเขาเสียงกร้าว

           “เพราะคุณ คุณคนเดียวคุณปณัย ฆาตกร ฆาตกรที่ฆ่าคุณปรียากับมือ!”

           สิ้นเสียงภาพหญิงสูงวัยพลันเลือนหายเหลือเพียงหมอกสีขาว ขณะเดียวกันร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มค่อยโงนเงน หัวใจเจ็บแปลบชาหนึบ ก่อนที่เขาจะทรุดลงนอนกับพื้น ม่านหมอกสีขาวโอบล้อมรอบตัวหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ จนมองไม่เห็นอะไร เสียงต่างๆ เงียบหาย เงียบเสียจนเขาเองยังไม่ได้ยิน...แม้กระทั่งเสียงลมหายใจของตัวเอง!

              “คุณปรียา!”

              เสียงตะโกนลั่นดังคับห้องนอนกว้างซึ่งตอนนี้มืดสนิท สภาพภายในห้องเห็นเพียงเงาตะคุ่มของเครื่องเรือน และเสียงแอร์คอนดิชั่นที่ดังแผ่วเบา ส่วนชายหนุ่มเจ้าของเสียงผู้นอนอยู่บนเตียงกว้างผุดลุกขึ้นนั่งพลางหอบหายใจ เขารู้สึกได้ถึงหยดเหงื่อซึ่งผุดซึมทั่วทั้งใบหน้าและเนื้อตัว รวมถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก

              “คุณปรียา”

              ปณัยยกมือขึ้นปิดหน้า เมื่อเสียงคร่ำครวญในหัวใจเกินจะปิดบังและในยามที่อยู่เพียงลำพังดังเช่นนี้ เขาก็มีแต่จะต้องปลดปล่อยมันออกมา นัยน์ตาของชายหนุ่มแดงก่ำแต่ไม่มีน้ำตาสักหยด ต่อเมื่อนานต่อมาหัวใจค่อยสงบ เขาถึงได้ถอนหายใจ มือใหญ่แข็งแรงเอื้อมไปเปิดสวิตช์โคมไฟที่หัวเตียง

              แสงสว่างสลัวช่วยขจัดความมืดให้หายไป ทำให้เห็นกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ซึ่งปณัยหยิบมันขึ้นมา เขาหลับตาลงก่อนประทับริมฝีปากได้รูปสวยลงไปยังคนในภาพถ่าย และเกินจะกลั้นเพราะมีน้ำตาหยดหนึ่ง หยดต้องยังตำแหน่งดวงตาคู่งามของเธอ คนในรูปนั้น...อัลิปรียา

              ผู้หญิงที่เขารัก...ภรรยาของเขา เจ้าของหัวใจทั้งดวงของเขา เธอผู้ซึ่งจากเขาไปแล้วอย่างไม่มีวันย้อนกลับ

              “กลับมาได้มั้ยที่รัก ได้โปรด คุณณัยขอโทษ”

บทถัดไป